# วิธีรับชำระเงินผ่านบัตรทางโทรศัพท์โดยไม่ต้องจดเลขบัตรลงกระดาษ

> Published: 2026-08-07
> Updated: 2026-08-07
> Author: Jackson Mclean
> Category: Pay
> Canonical: https://finalpos.com/th/blog/take-card-payment-over-the-phone-th

เลิกหยิบปากกามาจดได้แล้ว เพียงป้อนข้อมูลบัตรลงในหน้าจอ MOTO ขณะที่ลูกค้าอ่านหมายเลขให้ฟัง หรือส่งลิงก์ชำระเงิน ก็จะไม่มีหมายเลขบัตรตกค้างอยู่บนกระดาษอีกเลย

ป้อนรายละเอียดบัตรลงในอุปกรณ์รับชำระเงินของคุณโดยตรงขณะที่ลูกค้าบอกข้อมูล หรือส่งลิงก์ชำระเงินเพื่อให้ลูกค้าพิมพ์ข้อมูลด้วยตนเอง ไม่ว่าทางใด หมายเลขบัตรจะถูกส่งตรงจากลูกค้าเข้าสู่ระบบชำระเงินทันที โดยไม่มีข้อมูลใดตกค้างอยู่บนกระดาษ การรับชำระเงินผ่านบัตรทางโทรศัพท์ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับธุรกิจที่ต้องรับเงินมัดจำ คลินิก ร้านดอกไม้ และร้านค้าที่รับคำสั่งซื้อล่วงหน้า การคุยโทรศัพท์ไม่ใช่ปัญหา แต่กระดาษโน้ตที่จดไว้หลังจากนั้นต่างหากคือปัญหา

## ทำไมคุณถึงไม่ควรจดหมายเลขบัตรลงกระดาษ?

เพราะอุตสาหกรรมบัตรชำระเงินถือว่าโน้ตนั้นคือข้อมูลบัตรที่ถูกจัดเก็บไว้ และกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลบัตรก็เข้มงวดมาก PCI DSS (มาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมบัตรชำระเงิน) ห้ามเก็บรักษารหัสความปลอดภัยของบัตร (รหัส 3 หรือ 4 หลักบนบัตร) ในรูปแบบใดๆ ก็ตามหลังจากได้รับการอนุมัติการชำระเงินแล้ว[¹](https://blog.pcisecuritystandards.org/faq-can-cvc-be-stored-for-card-on-file-or-recurring-transactions) ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับกระดาษ และไม่มีข้อยกเว้นประเภท "ฉันทำลายกระดาษทิ้งไปแล้วหลังจากนั้น" กฎเหล่านี้มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน สมุดจดหมายเลขบัตรหลังเคาน์เตอร์คิดเงินเปรียบเสมือนจุดอ่อนที่รอวันถูกโจรกรรม และเมื่อหมายเลขจากสมุดเล่มนั้นถูกนำไปใช้ฉ้อโกง การสืบสวนก็จะเริ่มต้นขึ้นที่เคาน์เตอร์ของคุณ

ผลกระทบในทางปฏิบัติคือ ขั้นตอนการรับคำสั่งซื้อทางโทรศัพท์ใดๆ ที่มีคำว่า "ขอหยิบปากกาสักครู่" ถือเป็นกระบวนการที่มีข้อบกพร่องตั้งแต่เริ่มต้น การแก้ไขไม่ใช่การปรับปรุงนิสัยการทำลายกระดาษให้ดีขึ้น แต่คือการขจัดจุดพักข้อมูลระหว่างปากของลูกค้ากับระบบชำระเงินของคุณ

## การชำระเงินแบบ MOTO คืออะไร?

MOTO ย่อมาจาก Mail Order / Telephone Order ซึ่งเป็นการชำระเงินแบบไม่แสดงบัตร (card-not-present) โดยการป้อนข้อมูล (ตัวบัตรจริงไม่ได้สัมผัสกับเครื่องอ่านเลย) โดยที่คุณจะพิมพ์รายละเอียดของลูกค้าลงในเครื่องรับชำระเงินหรือ POS ของคุณขณะที่ลูกค้าบอกข้อมูล ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสถานการณ์นี้โดยเฉพาะ และระบบรับชำระเงินมาตรฐานทั่วไปล้วนรองรับฟังก์ชันนี้

![การป้อนข้อมูลการชำระเงินผ่านบัตรแบบ MOTO ลงในเครื่องรับชำระเงินโดยตรงแทนการจดหมายเลขลงกระดาษ](https://hy9joxwes0n0bta4.public.blob.vercel-storage.com/media/43399b6a-0d29-48b6-84dd-88ef01fcb193/generated/737977ef5a3be342-moto-keyed-entry-inline.png)

ขั้นตอนการรับชำระเงินแบบ MOTO ที่ถูกต้องและรัดกุมมีดังนี้:

- เปิดหน้าจอการป้อนข้อมูลก่อนขอข้อมูลบัตร เพื่อไม่ให้มีช่องว่างให้หยิบปากกามาจด
- ใส่จำนวนเงินก่อนและขานยืนยันยอดเงินเสียงดังฟังชัด
- ให้ลูกค้าอ่านหมายเลขบัตร วันหมดอายุ รหัสความปลอดภัย และรหัสไปรษณีย์ โดยคุณพิมพ์ลงแต่ละช่องโดยตรง
- ทวนเฉพาะหมายเลข 4 หลักสุดท้ายเท่านั้น ห้ามทวนหมายเลขทั้งหมดเด็ดขาด
- กดส่งข้อมูล รอให้หน้าจอดูผลการอนุมัติ และเสนอส่งใบเสร็จรับเงินทางอีเมลหรือข้อความ SMS

กฎสองข้อสำหรับพนักงานที่ควรเพิ่มไว้ในรายการตรวจสอบประจำวัน: ห้ามรับข้อมูลบัตรผ่านวอยซ์เมล (การบันทึกเสียงถือเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่สามารถลบการบันทึกได้) และห้ามรับหมายเลขบัตรทางอีเมลหรือข้อความ SMS หากลูกค้าส่งมา ให้ลบทิ้งและโทรกลับไปหาลูกค้า

## แล้วถ้าคุณไม่อยากให้ลูกค้าอ่านหมายเลขบัตรให้ฟังเลยล่ะ?

ส่งลิงก์ชำระเงิน ลูกค้าจะได้รับหน้าชำระเงินที่ปลอดภัยบนอุปกรณ์ของตนเอง พิมพ์ข้อมูลบัตรด้วยตัวเอง โดยไม่มีใครในร้านของคุณได้ยินหรือแตะต้องตัวเลขเลย ยิ่งไปกว่านั้น หากสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี วิธีนี้ยังเร็วกว่าการนั่งจดและทวนตัวเลขสิบหกหลักถึงสองรอบ

![ลูกค้าชำระเงินผ่านลิงก์ชำระเงินบนโทรศัพท์ของตนเองแทนการอ่านหมายเลขบัตรออกเสียง](https://hy9joxwes0n0bta4.public.blob.vercel-storage.com/media/43399b6a-0d29-48b6-84dd-88ef01fcb193/generated/e9270c2c79f2f15f-payment-link-customer-phone-inline.png)

การส่งลิงก์เป็นวิธีหลักที่ดีกว่าหากรายการสั่งซื้อสามารถรอได้สักครู่ ส่วนการป้อนข้อมูลแบบ MOTO เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมเมื่อลูกค้ากำลังถือสายอยู่และต้องการชำระเงินให้เรียบร้อยก่อนวางสาย

## การรับชำระเงินทางโทรศัพท์มีค่าธรรมเนียมเท่าไร?

แพงกว่าการแตะบัตรเล็กน้อย การชำระเงินแบบป้อนข้อมูลและแบบส่งลิงก์ถือเป็นแบบไม่แสดงบัตร (card-not-present) ซึ่งผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินจะคิดค่าธรรมเนียมสูงกว่าเนื่องจากไม่มีการตรวจสอบตัวบัตรจริง บน Final Pay รายการชำระเงินแบบแสดงบัตรในอเมริกาเหนือมีค่าธรรมเนียม 2.49% + C$0.20 ในขณะที่รายการแบบไม่แสดงบัตร (MOTO หรือลิงก์ชำระเงิน) อยู่ที่ 2.90% + C$0.20[²](https://finalpos.com/help/final-pay-pricing) ผู้ให้บริการรายอื่นก็มักมีส่วนต่างราคาใกล้เคียงกัน และยังมีการคุ้มครองการปฏิเสธชำระเงิน (chargeback) ที่น้อยกว่าด้วย เนื่องจากไม่มีบันทึกชิปหรือการแตะบัตรเพื่อพิสูจน์ว่ามีตัวบัตรอยู่จริง ข้อโต้แย้งจึงมักเอนเอียงไปทางผู้ถือบัตร การยืนยันรหัสไปรษณีย์และการทวนหมายเลขเฉพาะ 4 หลักสุดท้ายคือการป้องกันหลักของคุณ

อีกหนึ่งขอบเขตที่ควรรู้: การชำระเงินแบบไม่แสดงบัตรไม่ได้หมายความว่าเป็นการบันทึกบัตรไว้ในระบบ (card-on-file) หากลูกค้าประจำต้องการข้ามขั้นตอนการอ่านหมายเลขบัตรทุกครั้ง คำตอบคือการบันทึกบัตรไว้ภายในระบบชำระเงินของคุณ (ผ่านกระบวนการ Tokenization ซึ่งหมายถึงการแทนที่ด้วยรหัสตัวแทน) ไม่ใช่การบันทึกหมายเลขลงในสเปรดชีตของคุณเอง กฎข้อเดียวกับที่ห้ามใช้กระดาษโน้ตย่อมห้ามการใช้สเปรดชีตด้วยเช่นกัน

## ระบบ POS สมัยใหม่ทำงานอย่างไรในเรื่องนี้?

บน Final ทั้งสองวิธีนี้มีอยู่ใน [Final Terminal](https://finalpos.com/help/final-terminal-overview): เลือก MOTO ใส่จำนวนเงิน แล้วป้อนรายละเอียดบัตรขณะที่ลูกค้าอ่านให้ฟัง หรือใช้ตัวเลือกส่งลิงก์ชำระเงินเพื่อส่งอีเมลหน้าชำระเงินให้ลูกค้าชำระบนอุปกรณ์ของตนเอง หากเครื่องคิดเงินของคุณคือโทรศัพท์ไม่ใช่เครื่องรับชำระเงินบนเคาน์เตอร์ หลักการแบ่งแยกระหว่างแบบแสดงบัตรกับแบบไม่แสดงบัตรก็ปรับใช้เช่นเดียวกัน บทความ [เปลี่ยนโทรศัพท์เป็น POS: สิ่งที่คุณทำได้ (และทำไม่ได้)](/blog/phone-as-pos-what-you-can-and-cant-do) จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่โทรศัพท์เพียงเครื่องเดียวสามารถทำได้

## สรุปแล้ว คุณจะรับชำระเงินผ่านบัตรทางโทรศัพท์โดยไม่ต้องจดลงกระดาษได้อย่างไร?

ป้อนข้อมูลลงในหน้าจอ MOTO ขณะที่ลูกค้าอ่านให้ฟัง หรือส่งลิงก์ชำระเงินเพื่อให้ลูกค้าพิมพ์ข้อมูลด้วยตนเอง ทั้งสองวิธีเสร็จสิ้นในไม่กี่วินาที มีค่าธรรมเนียมสูงกว่าแบบแสดงบัตรเล็กน้อย และไม่มีอะไรเหลือทิ้งไว้ให้ต้องทำลาย **หลักการจำง่ายๆ: หากมีหมายเลขบัตรปรากฏอยู่ที่ใดก็ตามนอกระบบชำระเงินของคุณ ไม่ว่าจะบนกระดาษ ในวอยซ์เมล หรือในกล่องข้อความ แสดงว่ากระบวนการนั้นมีข้อบกพร่อง** หากคุณต้องการคู่มือ 4 ขั้นตอนสำหรับติดไว้ข้างโทรศัพท์ (เป็นรายการตรวจสอบ ไม่ใช่หมายเลขบัตร) สามารถเริ่มดูได้ที่ [คำแนะนำการใช้งาน MOTO](https://finalpos.com/help/moto-payment)

## FAQ

**Q: การรับชำระเงินผ่านบัตรทางโทรศัพท์ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?**
A: ถูกต้อง การรับคำสั่งซื้อทางโทรศัพท์เป็นประเภทการชำระเงินมาตรฐานที่ได้รับการรองรับซึ่งเรียกว่า MOTO โดยมีกฎระเบียบควบคุมวิธีจัดการข้อมูล คือต้องป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบชำระเงินของคุณโดยตรง และห้ามจัดเก็บรหัสความปลอดภัยหลังจากได้รับการอนุมัติรายการแล้วเด็ดขาด

**Q: ฉันสามารถจดหมายเลขบัตรลงกระดาษแล้วค่อยนำมากรอกทีหลังได้หรือไม่?**
A: ไม่ได้ สิ่งใดก็ตามที่จดลงกระดาษจะกลายเป็นข้อมูลบัตรที่ถูกจัดเก็บ และห้ามจัดเก็บรหัสความปลอดภัยของบัตรหลังได้รับการอนุมัติในทุกรูปแบบ ควรป้อนข้อมูลทันทีในระหว่างการสนทนา หรือส่งลิงก์ชำระเงินแทน

**Q: การชำระเงินแบบ MOTO คืออะไร?**
A: MOTO ย่อมาจาก Mail Order / Telephone Order ซึ่งเป็นการชำระเงินแบบไม่แสดงบัตรโดยการป้อนข้อมูล โดยที่คุณจะพิมพ์หมายเลขบัตร วันหมดอายุ รหัสความปลอดภัย และรหัสไปรษณีย์ของลูกค้าลงในเครื่องรับชำระเงินขณะที่ลูกค้าบอกข้อมูล

**Q: เหตุใดการชำระเงินทางโทรศัพท์จึงมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าการชำระเงินต่อหน้า?**
A: เนื่องจากเป็นการชำระเงินแบบไม่แสดงบัตร ความเสี่ยงในการฉ้อโกงจึงสูงกว่า และผู้ให้บริการประมวลผลจึงคิดราคาแพงกว่า บน Final Pay ในอเมริกาเหนือ รายการแบบไม่แสดงบัตรมีค่าธรรมเนียม 2.90% + C$0.20 เปรียบเทียบกับ 2.49% + C$0.20 สำหรับการชำระเงินต่อหน้า

**Q: ฉันสามารถบันทึกข้อมูลบัตรของลูกค้าไว้เพื่อใช้กับคำสั่งซื้อทางโทรศัพท์ในครั้งต่อไปได้หรือไม่?**
A: ห้ามบันทึกไว้ในโน้ตส่วนตัวหรือสเปรดชีตของคุณเอง หากระบบชำระเงินของคุณรองรับการบันทึกบัตร ระบบจะเก็บรักษาตัวแทนรหัส (tokenized) ของหมายเลขบัตรเอาไว้ ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องสัมผัสหรือถือข้อมูลบัตรที่แท้จริงเลย

**Q: ลิงก์ชำระเงินมีความปลอดภัยมากกว่าการอ่านหมายเลขบัตรออกเสียงหรือไม่?**
A: โดยทั่วไปแล้วปลอดภัยกว่า เนื่องจากลูกค้าจะเป็นผู้ป้อนข้อมูลของตนเองบนอุปกรณ์ของตนเอง จึงไม่มีข้อมูลบัตรถูกพูด ได้ยิน หรือป้อนโดยพนักงานของคุณ